BROWNIE <3

posted on 10 Sep 2011 17:16 by kaztear

Brownie

ฝรั่งเป็นชาติที่นิยมชมชอบบริโภคขนมอบ ชนิดต่างๆ มาก ประกอบกับ ช่วงสภาพอากาศหนาวเย็นกินระยะเวลาที่ยาวนาน

คุณแม่บ้านส่วนใหญ่ จึงมักเข้าครัวอบขนมอุ่นๆ จากเตาให้สมาชิกในครอบครัวได้กินร่วมกัน ขนมอบสุดคลาสสิกที่มีมาแต่นมนาน ได้แก่ เค้ก คุกกี้ และขนมปัง

แต่ในยุคหลังๆมีน้องใหม่อย่าง บราวนี่ พัฟ และพาย มาช่วยเพิ่มสีสันความหลากหลาย

บราวนี่ (brownie) ขนมชิ้นสี่เหลี่ยมสีน้ำตาลเข้ม ถูกจัดให้อยู่ในหมวดหมู่ของคุกกี้

ภาษาอังกฤษเรียกว่า sheet cookies หรือ คุกกี้แผ่น ที่มีลักษณะคล้ายเค้กช็อกโกแลตเข้มข้น แต่เนื้อแน่นกว่ามากและไม่เบาฟูเหมือนอย่างเค้ก นัยว่าเพราะใส่ผงฟูน้อย ขนมเค้กส่วนใหญ่นั้นเป็นก้อนกลม

แต่บราวนี่กลับเป็นเค้กช็อกโกแลตที่อบในถาดแบนรูปสี่เหลี่ยมสูง 1 นิ้วกว่าๆ แล้วตัดแบ่งเป็นชิ้นลักษณะสี่เหลี่ยม ขนาดพอเหมาะ

เอกลักษณ์ของบราวนี่ก็อยู่ตรงที่เนื้อแน่นและเป็นเค้กตัดนี่แหละ

แม้ว่าที่มาของบราวนี่จะไม่ชัดเจน แต่นักประวัติศาสตร์อาหารสันนิษฐานว่า เจ้าขนมรูปทรงสี่เหลี่ยมนี้เกิดขึ้นในประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นที่แรกตั้งแต่ คริสต์ศตวรรษที่ 19 กล่าวกันว่า

ประวัติบราวนี่

บราวนี่เกิดจากความบังเอิญในการทำเค้กช็อกโกแลตโดยลืมใส่ผงฟู อบออกมาแล้วเค้กไม่ขึ้นฟู แต่กลับได้ขนมสีน้ำตาลเข้มเนื้อแน่น อันเป็นที่มาของชื่อ “brownie” นั่นเอง นับได้ว่า " ความหลงลืม ความผิดพลาดเป็นปัจจัยผลักดันความก้าวหน้า " ให้ขนมชนิดนี้ถือกำเนิดขึ้นบนโลก

ชื่อของ brownie ปรากฏขึ้นครั้งแรกบนสื่อสิ่งพิมพ์ใน Sears, Roebuck and Company Catalog เมื่อปี ค.ศ.1897

ต่อมาไม่นานก็พบว่ามีสูตรการทำบราวนี่ตามตำราอาหารต่างๆด้วย อาทิเช่น Boston Cooking-School Cook Book, The Joy of Cooking จนคนรู้จักบราวนี่แพร่หลายขึ้น เป็นที่นิยมทำกินกันตั้งแต่ ค.ศ.1920 เป็นต้นมา



: ส่วนผสม ::

- แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 + 1/4 ถ้วย
- ผงโกโก้สีเข้ม 2/3 ถ้วย
- น้ำตาลทรายป่นละเอียด 2 ถ้วย
- อัลมอนด์หรือเม็ดมะม่วงอบสุก สับหยาบ 1/2 ถ้วย ......
- เนยสด 150 กรัม
- ไข่ไก่เบอร์ 3 จำนวน 4 ฟอง
- ผงฟู 1 ชช.
- เกลือป่น 1 +1/4 ชช.
- กลิ่นวนิลา 1 ชช.



วิธีทำ
1.ร่อนแป้ง ,ผงโกโก้ ผงฟู และเกลือ เข้าด้วยกัน พักไว้
2.นำ ช็อคโกเลต เนย และน้ำตาลใส่อ่างผสม เอาไปตุ๋น คนจนละลายเข้ากัน พักไว้
3.ระหว่างนี้ก็ ไปเปิดเตาอบไว้ก่อน ที่อุณหภูมิ 180 องศา
4.ผสมไข่ , กาแฟ และวานิลาลงในอ่างผสม ตีให้เข้ากันพอเป็นฟอง
5.นำส่วนผสมไข่ที่ได้ ใส่ลงใน chocolate ที่เตรียมไว้(ข้อ 2.) คนให้เข้ากัน
6.จากนั้นใส่แป้งลงไป คนเข้ากัน
7.เทใส่พิมพ์ที่รองด้วยกระดาษไข โรยหน้าด้วยอัลมอนสไลด์ นำเข้าอบ 180 องศา นานประมาณ 20 - 25 นาทีครับ หรือจนกว่าเค้กจะสุก

edit @ 10 Sep 2011 17:39:06 by NOTTz

edit @ 10 Sep 2011 17:40:31 by NOTTz

edit @ 10 Sep 2011 18:30:28 by NOTTz

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

Make your own life time easier take the <a href="http://goodfinance-blog.com/topics/business-loans">business loans</a> and all you want.

#1 By LeolaRODRIGUEZ (91.212.226.143) on 2011-11-11 19:08

This is high time to confess that you affected me with your nice topic related to this post. Thence, I would try to write the thesis topics on the ground of your outcome. Or maybe, that is doable to see the thesis service.

#8 By thesis writing service (91.212.226.143) on 2011-11-24 11:12